หน้าแรก > Uncategorized > 10 เหตุผลที่คุณควร-ไม่ควรเจลเบรคไอโฟน 4

10 เหตุผลที่คุณควร-ไม่ควรเจลเบรคไอโฟน 4


สตีฟฟ์ จ็อบส์ ซีอีโอแอปเปิลเปิดตัวไอโฟน 4 ไม่ทันไร ก็มีเหล่าแฮกเกอร์ตัวดีออกมาหาวิธีเจลเบรค (Jailbreak) กันหลายต่อหลายราย ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นการแฮกผ่านเครื่องคอมพิวเตอร์พีซี จนล่าสุด เว็บไซต์ jailbreakme.com ก็ออกมาประกาศความสำเร็จว่าทีมงานของตนชื่อ Comex สามารถเจลเบรคไอโฟน 4 ผ่านโปรแกรม PDF viewer ของเว็บเบราวซ์เซอร์ ซาฟารีได้เป็นรายแรก ผลที่ได้ก็คือผู้ใช้งานสามารถดาวน์โหลดแอปพลิเคชันได้อย่างอิสระ โดยไม่ต้องยึดติดอยู่กับแค่แอปสโตร์ 
            ดังนั้นก่อนที่คุณจะทำการเจลเบรคไอโฟน คุณควรได้รู้ผลที่จะตามมาเสียก่อน ว่าหลังจากที่คุณกดเจลเบรคไป จะเกิดอะไรขึ้นกับไอโฟนสุดที่รักของคุณบ้าง วันนี้นิตยสารพีซีเวิร์ล ของประเทศอเมริกา ได้ออกมาให้ความรู้เกี่ยวกับข้อดี และข้อเสียของการเจลเบรคไอโฟน 4 เผื่อใครที่ทำใจยอมรับข้อเสียไม่ได้ จะได้หยุดความคิดเจลเบรคแล้วกลับไปใช้แอปเปิลสโตร์เหมือนเดิม

 

** 5 เหตุผลที่ต้องเจลเบรค **
            1. ใช้งานได้ทุกเครือข่าย – ปัญหาใหญ่สำหรับ เครื่องไอโฟนที่โดนล๊อก คือจะล๊อกให้ใช้งานได้แต่กับผู้ให้บริการที่ทำข้อตกลงกับทางแอปเปิลไว้เท่า นั้น ดังนั้นการเจลเบรคจะทำให้ไอโฟนของคุณสามารถลงโปรแกรมเพื่ออันล็อก (Unlock) ให้สามารถใช้งานเครือข่ายอื่นได้
            2. มีแอปพลิเคชันเจ๋งๆ ให้เลือกเล่นมากกว่า – แม้ ว่าในแอปฯ สโตร์จะมีแอปฯอยู่มากมาย แต่แอปพลิเคชันที่อยู่ใน Cydia นั้นเป็นอะไรที่ต่างออกไป ยกตัวอย่างเช่น MyWi – แปลงร่างไอโฟนคุณให้กลายเป็นไวไฟเราท์เตอร์, Intelliscreen – ทำให้อีเมลและปฏิทินมาอยู่ในหน้าโฮมสกีน, MxTube – ดาวน์โหลดวิดีโอยูทูปใส่ในไอโฟนเพื่อดูแบบออฟไลน์ หรือ PDANet – แชร์อินเทอร์เน็ตกับเครื่องคอมพิวเตอร์ของคุณ
            3. เร็วและสะดวก – การเจลเบรคนั้นไม่จำเป็นต้องดาวน์โหลดอะไรมา เพียงแค่เปิดเว็บไซต์ แล้วรอเพียงอึดใจเดียว ก็สำเร็จ
            4. สามารถเลิกใช้เจลเบรคได้ – ถ้าคุณอยากยกเลิกการ เจลเบรคก็สามารถรีสตอลได้ทำได้โดยผ่านโปรแกรมไอจูน (iTunes)
            5. ใช้งาน FaceTime บน 3G  – ปกติแล้วการใช้งาน FaceTime หรือการสนทนาแบบเป็นภาพนั้น จะโดนบังคับให้ใช้งานผ่านการเชื่อมต่อไวไฟเท่านั้น แต่หลังจากทำการเจลเบรคเครื่องคุณสามารถใช้งานโปรแกรม FaceTime ผ่าน 3G ได้ (แม้อาจจะไม่ดีมาก)

 

** 5 เหตุผลที่ไม่ควรทำการเจลเบรค **
            1. เครื่องจะค้าง – หลังจากที่คุณกดเจลเบรค นั่นหมายถึงคุณยอมรับความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นกับไอโฟนของคุณแล้ว โดยปัญหาหลักที่จะตามมาชัวร์ๆ คงหนีไม่พ้นเครื่องค้าง และทำงานแบบหน่วงๆ ในบางเวลา
            2. หมดประกันทันที – แม้รัฐสภาสหรัฐฯ จะออกมาระบุว่าเจลเบรคโทรศัพท์มือถือนั้นเป็นเรื่องถูกกฏหมาย แต่มันก็ทำให้การรับประกันจบลงด้วยเช่นกัน กรณีนี้แอปเปิลจะไม่รับประกันความผิดพลาดที่เกิดขึ้นจากการดัดแปลงเครื่องไอ โฟน (แต่ถ้าผู้ใช้รีสตอลก่อนเอาเข้าศูนย์ก็อีกเรื่องนึงนะ)
            3. ใช้ดาต้าเยอะ – ยกตัวอย่างเช่นการใช้งานโปรแกรม FaceTime บน 3G นั้นจะใช้ปริมาณการรับส่งข้อมูลจำนวนมาก ถ้าโปรโมชันของคุณไม่ใช่แบบไม่จำกัดแล้วละก็ เตรียมควักเงินจ่ายค่าส่วนเกินการใช้ดาต้าได้ทันที
            4. Bugs เพียบ – ปัญหาที่ข้อหนึ่งที่ผู้ที่จะเจ ลเบรคไอโฟนต้องยอมรับคือ ปัญหาเรื่องการใช้งานแอปพลิเคชันที่ให้มาในเครื่องซึ่งอาจทำงานได้ไม่ปกติ เท่าที่ควร ยกตัวอย่างเช่นการไม่ทำงานของโปรแกรม Facetime และการรับส่ง MMS โดยผู้ใช้งานสามารถแก้ไขปัญหานี้ได้โดยการอัปเดตแอปพลิเคชันเจลเบรค ซึ่งสามารถตามอ่านได้ที่ทวิตเตอร์ของโคเม๊ก (Comex)
            5. ความกังวลเรื่องความปลอดภัย – เว็บไซต์ Macrumors ระบุว่าข้อบกพร่องขณะเจลเบรค จะทำให้เหล่าบรรดาแฮกเกอร์สามารถควบคุมมัลแวร์ได้ในระยะไกล ผ่านโปรแกรม iOS PDF viewer นอกจากนี้มัลแวร์ต่างๆ ยังมาจากฟอนต์ที่ผู้ใช้งานพยายามดาวน์โหลดมาไว้บนโปรแกรม PDF Viewer บนไอโฟน
ขอขอบคุณข้อมูลจาก ผู้จัดการ

หมวดหมู่:Uncategorized
  1. 19/09/2011 ที่ 09:24

    ** 5 เหตุผลที่ต้องเจลเบรค ** —> อันนี้เห็นด้วย ถ้าถามคนเคย jailbreak ต้องบอกว่า FreedoFreedom
    ** 5 เหตุผลที่ไม่ควรทำการเจลเบรค ** —> อันนี้สำหรับ Dev ไม่มีปัญหา 555+

  1. No trackbacks yet.

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: